ReadyPlanet.com
dot
dot
พุทธศิลป์ โดย อาคม ทรงสถาพรเจริญ
dot
bulletพุทธศิลป์ พระไทย
bulletพุทธศิลป์ พระจีน
dot
เว็บเพื่อนบ้าน
dot
bulletGooGle
bulletpantip.com
bulletเว็บซื้อขาย
dot
Newsletter

dot


พุทธศิลปพระปิดตา article

   .                                                   

                                                หลวงพ่อแก้ว พิมพ์ใหญ่หลังแบบ  วัดเครือวัลย์ ชลบุรี

....ถอดความจากการบรรยายพิเศษทางวิชาการในศาสตร์แห่งพระปิดตา โดย อาคม  ทรงสถาพรเจริญ......

                วันนี้เราจะมาพูดกันถึงเรื่อง " พระปิดตา " ที่จริงแล้วพระปิดตาค่อนข้างจะเป็นสิ่งที่สมัยก่อนมีผู้คนสนใจจำนวนมาก แต่ขาดวิธีการศึกษา  จนกระทั้งมีคำพูดจากผู้ใหญ่สมัยก่อนบอกว่า พระปิดตาเล่นยาก ไม่รู้จะดูอย่างไร ขนาดเปิดตายังเล่นกันเก๊เลยแล้วปิดตาไม่ตายกันเลยหรือ อะไรประเภทนี้ แล้วก็ไม่รู้จะศึกษากันตรงไหนเริ่มต้นอย่างไร

                 จริงๆ แล้วนั้น  ในข้อเท็จจริงของพระปิดตา พระปิดตาก็เป็นพระองค์หนึ่งเหมือนกัน ฉะนั้นโครงสร้างของพระปิดตาก็เหมือนกับพระทุกชนิด ถ้าเราให้ความสนใจหรือศึกษาพระประเภทไหน ในรูปของวัตถุที่มีรูปร่าง ถ้าเราศึกษาพระสมเด็จได้ ศึกษาพระประเภทเนื้อดิน ชิน ผง เหรียญ กริ่ง รูปหล่อ ได้ พระปิดตาก็ศึกษาได้โดยมีแนวทางการศึกษา หรือ คอนเซ็ปต์ของการศึกษาเช่นเดียวกัน เพียงแต่ว่าพระปิดตาเขามีรูปแบบหรือรูปลักษณ์แตกต่างกันออกไป มีกระบวนการผลิตที่แตกต่างออกไป ในแต่ละชนิดแต่ละประเภทของวัสดุที่นำมาสร้างเป็นพระปิดตา ที่มีทั้งวัสดุประเภท ไม้ โลหะ เนื้อผง ซึ่งหลังจากที่เราได้ผ่านขั้นตอนการทดสอบหลายๆอย่างแล้ว เราก็พบว่า การสร้างพระปิดตาที่เป็นเนื้อผงคลุกรัก นั้น เป็นการสร้างพระที่ "ยาก" ที่สุดในกระบวนการสร้างพระทั้งหมดทุกประเภทที่เรามี

             เหตุที่กล่าวว่า การสร้างพระปิดตาเนื้อผงคลุกรักเป็นการสร้างพระที่ยากที่สุดก็เนื่องมาจากมีข้อจำกัดมากมายในการสร้างในกระบวนการผลิต ซึ่งหลักใหญ่นั้นเกิดขึ้นภายใต้ข้อจำกัดของ2ลักษณะคือ ข้อจำกัดของชุมชน และ ข้อจำกัดของกระบวนการผลิต

             ข้อจำกัดของชุมชน หรือท้องถิ่นสมัยโบราณ ซึ่งเป็นท้องถิ่นหรือชุมชนเล็กๆ ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มในเมืองชลบุรี ภาคใต้ ภาคกลาง ตะวันออก หรือตะวันตก ก็มีการสร้างพระปิดตาด้วยกันทั้งสิ้น แต่เป็นการสร้างที่ค่อนข้างจะจำกัด เหตุก็เพราะว่า เมืองหรือชุมชนเขามีอยู่ขนาดเล็ก ซึ่งสำคัญที่สุดก็คือว่า พระเกจิรุ่นก่อนๆ นั้นท่านจะไม่สร้างพระจำนวนมากๆไว้เพื่อแจก การสร้างพระจำนวนมากจะไม่ปรากฏในพระเกจิสมัยโบราณ ดังนั้นผู้ที่ต้องการพระเพื่อนำมาบูชา จะต้องมาแสดงความจำนงค์ ต้องเตียมขันบายศรี หรืออะไรอื่นๆ อีกสารพัดมาเพื่อแจ้งความจำนงค์ให้ท่านสร้าง หรือพระเกจิองค์นั้นๆ เกิดพิศวาสลูกศิษย์คนใดคนหนึ่งก็จะสร้างพระขึ้นมาให้

              เพราะฉะนั้น ในส่วนของการสร้างพระปิดตาสมัยก่อน ที่เกิดจากชุมชน สังคมเมืองที่จำกัดจึงทำให้ปริมาณการสร้างมีจำนวนจำกัดไปด้วย

             ข้อจำกัดของขั้นตอนกระบวนการผลิต  ซึ่งกระบวนการผลิตพระปิดตานั้นมีความซับซ้อนมาก ไม่เหมือนกับการสร้างพระอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบของเหรียญ เราสามารถจ้างช่างแกะแม่พิมพ์ได้ ซึ่งแม่พิมพ์ของเหรียญในสมัยก่อนจะมีเพียงแบบเดียวคือแม่พิมพ์ศิลปะนูนต่ำ (Bas Relief) ส่วนลักษณะที่เป็นศิลปนูนสูง (High Relief) เป็นศิลปที่เกิดขึ้นในชั้นหลัง ประมาณปี2500 ลงมา ดังนั้น รูปแบบของการผลิตก็คือแกะแม่พิมพ์ออกมาแล้วปั๊ม ซึ่งก็ไม่ใช้เรื่องยาก

             ในเรื่องของพระเนื้อดิน พระเนื้อผง ก็มีกระบวนการแกะแม่พิมพ์แล้วกด การผสมผงก็ไม่ใช่เรื่องยาก เพราะมีเวลาทำเมื่อไหร่ก็ได้ คลุกเคล้ากับน้ำมันตังอิ้ว คลุกเคล้ากับน้ำอ้อย ซึ่งรอเวลาได้ ขณะที่ทำผงทิ้งไว้เป็นเดือนมากดที่หลังยังได้เลย

              ในส่วนของกริ่ง-รูปหล่อ ก็เหมือนกัน ใช้กระบวนการหล่อซึ่งเราสามารถรอจนกระทั่งน้ำทองเดือด เมื่อน้ำทองเดือดได้ที่แล้วก็เอากระบวยตักน้ำทองในเบ้าเทลงในพิมพ์ที่เตียมไว้ ซึ่งจะว่าไปก็ยังรอเวลาได้

               จะเห็นว่าทุกอย่างสามารถที่จะรอเวลาในการผลิตได้ทั้งสิ้น มีแต่ "เนื้อผงคลุกรัก" เท่านั้นที่ไม่สามารถรอเวลาได้เลย เหตุเดียวที่รอเวลาไม่ได้ ตัวแปรที่สำคัญก็คือ "น้ำรัก" นั่นเอง น้ำรักนั้น ทำไม เราต้องมาท้าวความเรื่องพวกนี้ ก็เพราะมันเป็นเรื่องเบื้องต้นที่เราควรรู้ก่อน มันเป็นเรื่องสำคัญมาก ส่วนเรื่องโครงสร้าง หรือ ดีเทลต่างๆ ของรูปพระปิดตา ก็จะเหมือนการศึกษาโดยทั่วๆไป ใครศึกษาเหรียญได้ ศึกษาพระเบญจภาคีได้ ศึกษาพระกริ่ง-รูปหล่อได้ พระปิดตาก็ไม่ใช่เรื่องยาก เพราะเขาถูกกำหนดด้วยแบบ ถูกกำหนดโดยโครงสร้าง และรายละเอียดของเขาอยู่แล้ว เขาเคยอยู่ตรงไหน ก็จะอยู่ตรงนั้นชั่วชีวิต เป็นมิติองศาที่ถูกล็อคสเป็กมาแล้ว เขาไม่เคยดิ้นรนออกจากตรงนั้นตราบใดที่พระองค์นั้นยังอยู่ในคอนเซ็ปต์ของแม่พิมพ์ ซึ่งตรงนี้เป็นเรื่องที่ศึกษาได้ไม่ยาก

                                                                                                                                         

                              แต่ก่อนที่จะไปศึกษาตรงนี้ เราต้องมาทำความเข้าใจเกี่ยวกับความเป็นมา ของพระปิดตาเนื้อผงคลุกรักก่อน ส่วนเรื่องอิทธิปาฏิหาริย์เราจะไม่คุยเพราะถือว่าเป็นความเชื่อเฉพาะตน ซึ่งแต่ละคนสามารถมีประสพการณ์ตรงนี้ได้ไม่เหมือนกัน

                              ความเป็นมาของพระปิดตาเนื้อผงคลุกรักเป็นอย่างไร ตรงนี้พูดได้เลยว่ามีผู้เข้าไปศึกษารายละเอียดค่อนข้างน้อย ส่วนใหญ่จะศึกษากันแต่เพียงว่าพระองค์นี้แท้หรือไม่แท้ ขายได้หรือไม่ได้ จะรู้เฉพาะตรงนี้เท่านั้นจริงๆ แต่ไม่เคยรู้ว่พระองค์นั้นเป็นอย่างไร อธิบายได้ไหม มีอะไรรองรับ เพราะฉะนั้นอย่างที่เรียนให้ทราบคือว่า ตัวแปรสำคัญในการสร้างหรือกระบวนการผลิตพระปิดตาเนื้อผงคลุกรักที่ยากก็เพราะมีน้ำรักเป็นตัวแปรสำคัญนั้นเอง

                        โดยปกตการสร้างพระทั่วๆไป ต้องมีการผสมตัวประสานลงในเนื้อพระด้วย ซึ่งหลักๆมีอยู่ 2-3 แบบ ด้วยกัน คือ

                        1. ใช้น้ำมันตังอิ้ว ซึ่งใช้กับพระเนื้อผงทั่วไป เป็นสิ่งที่รอเวลาในการผลิตได้

                        2. ใช้น้ำตาลโตนดเคี่ยวจนเหนียวได้ที่ แล้วมาผสมกับผงที่เตียมไว้ อันนี้ก็ยังรอเวลาได้เช่นกัน

                        3. ใช้น้ำรัก (ยางจากต้นรัก) ซึ่งแบ่งได้เป็น 2 ประเภทด้วยกัน

 

                             -ประเภทแรก ใช้ "รักน้ำเกลี้ยง" รักน้ำเกลี้ยงเกิดจากอะไร รักน้ำเกลี้ยงเกิดจากยางของต้นรัก ซึ่งได้มาด้วยวิธีกรีดยางจะได้น้ำยางของต้นรักออกมา ("ต้นรัก" ในที่นี้เป็นพืชชนิด Melanorrhoea-usitata Wall.ในวงศ์ Anacardiaceae ซึ่งเป็นไม้ยืนต้นขนาดใหญ่ขึ้นในป่าทึบไม่ใช้ต้นรักที่เราเอาดอกมาร้อยมาลัย) ลักษณะของยางรักจะเป็นสีออกเหลืองใส แต่เราจะเอาน้ำยางรักนั้นมาผสมในทันทีไม่ได้ เพราะยางของรักมันมีพิษในตัว ถ้าสัมผัสหรืโดนผิวหนังหรือบางคนแค่เข้าใกล้จะมีอาการผื่นคันอย่างรุนแรง คนที่แพ้มากๆ อาจถึงแก่ชีวิตได้ ดังนั้นเค้าจึงต้องเอารักน้ำเกลี้ยงมาฆ่าพิษก่อน โดยวิธีการต้ม ซึ่งวิธีการฆ่ายางรักนั้นเป็นวิธีเฉพาะของช่างแต่ละกลุ่มคนรุ่นเก่าที่ทำกันก็มักจะไม่ค่อยยอมเปิดเผยสักเท่าไหร่ เมื่อฆ่ายางรักเสร็จแล้วจึงเอายางรักนั้นมาผสมในเนื้อพระ ซึ่งตรงนี้อาจมีขั้นตอนที่ทำง่ายกว่าอีกประเภทหนึ่งเพราะยังสามารถรอเวลาได้เล็กน้อย

                             -ประเภทที่ 2 ใช้"รักสมุก" รักสมุก ก็คือการเอารักน้ำเกลี้ยงจากประเภทแรกซึ่งฆ่าพิษแล้วนั้นมาผสมกับเถ้าใบตอง ซึ้งกรณีที่เอาน้ำรักมาผสมกับเถ้าใบตองเมื่อไรเป็นเรื่องทันที เพราะจะมีเวลาไม่มากนักเนื่องจากรักจะแข็งตัวเร็วมาก หากมัวนั่งกดพระแบบประดิษฐ์ประดอย ก็จะทำไม่ทัน ซึ่งนี่คือข้อจำกัด เพราะฉะนั้นตัวแปรตรงนี้ จึงเป็นสิ่งที่ค่อนข้างยากที่จะทำพระปิดตาเนื้อผงคลุกรักออกมาให้ได้จำนวนมากและรวดเร็ว พร้อมทั้งให้ได้รายละเอียดที่ชัดเจน และก็ไม่สามารถกำหนดปริมาณได้ เพราะโดยทั่วไปแล้วการผสมผงคลุกรักสมุกในแต่ละครั้ง ถ้าทำอย่างเร็วที่สุดด้วยความชำนาญอย่างเร็วที่สุดไม่เกิน5องค์ หรือเต็มที่3องค์ก็เก่งแล้ว ส่วนในกรณีของรักน้ำเกลี้ยงนั้น พอที่จะทำได้ถึง 10 องค์ก็หมดเวลาแล้ว นี่คือคุณลักษณะของตัวประสานซึ่งเป็นสิ่งสำคัญมาก ในการพิจารณา

                             เพราะฉะนั้น ถ้าเรารู้จักโครงสร้างของพระเหล่านี้แล้ว รู้วิธีของขบวนการผลิตตรงนี้แล้ว เราก็จะมองภาพพระออก ในกรณีพระเนื้อผงคลุกรักที่เราเห็นจะมีอยู่ 2 วรรณะ วรรณะแรกคือ ออกสีน้ำตาลเข้มดำ ซึ่งนั้นก็คือเป็นพระเนื้อผงคลุกรักที่ใช้รักสมุกหรือรักผสมขี้เถ้าใบตองผสมเข้าไป มีการแห้งตัวที่เร็วมาก

                             แบบที่เห็นออกสีน้ำตาลเหลืองๆใสๆ นั้นคือพระผงคลุกรักที่ใช้รักน้ำเกลี้ยงเป็นส่วนผสม แต่ถ้ากรณีที่มีวรรณะเหลืองแล้วหมึกนุ่ม นั่นก็คือส่วนผสมที่เป็นน้ำมันตังอิ้ว

                             นี่เป็นโครงสร้างคร่าวๆของพระปิดตาเนื้อผงคลุกรัก ถ้าเราเข้าใจตรงนี้ เมื่อเราเห็นพระเราจะรู้โดยทันทีเลยว่าพระเหล่านี้ผ่านขั้นตอนอย่างไรมา.......เรื่องโดย  อาคม  ทรงสถาพรเจริญ

 

 




พุทธศิลป์พระไทย




Copyright © 2010 All Rights Reserved.